น้องต้าร์ตาตี่ 的个人资料น้องต้าร์ตาตี๋'s space照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
น้องต้าร์ตาตี๋'s space5月12日 เป็นเหี้ห่าอะไรกับระบอบการปกครองนักหนาเบื่อมากค่ะเบื่อ เบื่อจริงๆ
เป็นเหี้ยเป็นห่าอะไรกับระบบการปกครองนักหนาเถียงกันอยู่ได้
"ประชาธิปไตยไม่ประชาธิปไตย"
กุไม่เคยเห็นว่าโลกนี้จะมีประชาธิปไตยให้ใช้สอยกันได้อย่างที่ว่าเลย
เห็นมีแต่ "เลือกตั้งๆ เลือกตั้ง เลือกตั้ง ประชาธิปไตยต้องมาจากเลือกตั้ง"
เลือกเสร็จมันจะไปทำห่าเหวอะไรนั่นก็ไม่รู้เรื่องกันแล้ว
ถ้าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งแล้ว วันหน้ากุคงเอาหมูย่างเกาหลีไปปิ้งในคูหาดีกว่า
กูจะได้ซึมซับประชาธิปไตยที่นานๆทีกุจะได้รับ
ไม่ต้องแค่ประชาธิปไตยหรอก กุเกลียดแม้งทุกระบอบแหละ
แค่มันเรียกให้ต่างกัน แค่มันมีวิธีคัดสรรต่างกัน แค่มันมีเส้นทางต่างกัน
สุดท้ายอิห่าระบอบทุกอย่างก็เหมือนๆกันๆ คือให้คนมามีอำนาจจัดการได้
แต่จะจัดการแล้วดีหรือไม่ดี มันก็อยู่ที่ตัวที่กระโดดขึ้นไปพร้อมๆกับตัวลิ่วล้อ อะไรพวกนั้น
กูละเบื่อพวกยึดติดกับระบอบโน้น ระบอบนี้ ระบอบนั้น เบื่อจริงๆ เถียงกันทำไมนักหนา
เพราะสุดท้ายมันก็มีไม่กี่ตัวขึ้นไปใช้อำนาจตรงนั้นอยู่ดี "โดยไม่มีพวกกูร่วมด้วย"
ส่วนบางคนจะบอกกูว่า เผด็จการไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเอาใคร
ประชาธิปไตยใช้เสียงส่วนใหญ่ได้ว่าจะเอาใคร มันไม่ดีกว่าหรอค่ะ??
ถูกค่ะ ไม่เถียงเลยยยยยยยย ถูกๆๆๆๆ ค่ะ ประชาธิปไตยสวยเลือกได้
แต่นั่นเป็นแค่การเลือกคน "ไปใช้อำนาจ" ตามนโยบายตอแหลที่โฆษณาไว้ แล้วก็เชื่อๆกัน
มันไม่ใช่การที่ "เรามีสิทธิในการใช้อำนาจนั้น"
ก็มีคนอาจจะเถียงว่า เรามีสิทธิ์เลือกนั่นแหละ คืออำนาจที่เราได้รับแล้ว
ก็อยากให้มองไปลึกๆว่าสุดท้าย อีเสียงที่เลือกไปนั้นเนี่ย
มันจะมีค่าแค่ไหนในสายตาของผู้ที่ใช้อำนาจนั้นอยู่
สิ่งที่กุอยากจะหาทางออกนั้นไม่รู้มันจะมีไหม อำนาจ ระบอบ มีหลากหลาย
กุไม่เห็นว่ามันจะสามารถสร้างสรรค์สังคมได้เลยแม้แต่นิดเดียวเลยยยยยยยยย
ถูกอย่างมันถูกคิดเพื่อแข่งขันกันว่าของใครดีไม่ดี
แล้วมันก็ถูกนำมาเป็นเครื่องมือหลอกประชากรโลก 2000 ล้านคน
ให้อยู่ภายใต้อำนาจคนแค่ไม่ถึง 2000 คนที่สามารถใช้อำนาจนั้นเหนือคนอื่นได้
แล้วอี 2000 คนที่ใช้อำนาจนั่นแหละ ก็มีแค่ 200 คนได้ที่สามารถใช้อำนาจสุดๆกุมบังเหียนของโลกได้
ส่วนอิพวกที่เหลือ 2000 ล้านคนก็ได้แต่โงหัว ทำตามยิกๆๆ สั่งให้ทำอะไรก็ทำ
ไม่ทำก็ออกกฏหมายมาลงโทษ แล้วก็หลอกทุกคนว่าระบอบของตัวเองดีที่สุด
ชาวโลกก็เลยเป็นควายโดยไม่รู้ตัว ทำตามคำชี้นำที่ออกมา ตามสื่อ ตามกฏหมาย ที่มันกำหนด
แต่กุพอหาทางออกของกูได้บ้างนะนั่นคือ "ความเป็นปัจเจค"
ปัญหาความขัดแย้งจะยุติได้หมดถ้าแต่ละคน ไม่เสือกกัน ไม่ยุ่งกัน
ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องไปทำห่าเหวอะไรให้กันละกัน
ไม่ต้องมีใครมีอำนาจล้นฟ้า ไม่ต้องไปโคกสับใครนักหนา
ใครอยากทำไรก็ทำไม่ให้เดือดร้อนคนอื่น
กฏหมายห่าเหวอะไรพวกนี้ไม่ต้องมี มีไปก็ใช้ไม่ได้ผล
ไม่ต้องมีชั้นวรรณะ ไม่ต้องมีอะไรที่เป็นส่วนร่วมของสังคมเลย
ไม่ต้องสร้างสรรอารายธรรม พอสร้างแล้วก็แข่งกันแล้วก็ทำสงครามกัน
อยู่แบบสัตว์โลกทั่วไปในธรรมชาติ จบ
แต่เชื่อดิ คำพูดกุมันเป็นนิยาย มันไม่สามารถทำได้หรอก
เพราะคนยังมีกิเลส ต้องการโน้นนี่ มีข้ออ้างเยอะ
กลัวไม่มีสังคมเดี๋ยวไม่พัฒนาบ้าง เดี๋ยวโน้นเดี๋ยวนี่สารพัด
กุไม่เคยคิดว่าการพัฒนาจำเป็นต่อชีวิตกุเลย
มันทำให้สบายขึ้น แล้วไง??? กุก็ยังต้องเดินดินกินข้าวนอนแก่ตายอยู่ดี
4月22日 สถานทูตในหมู่คนไทยในเมืองนอกเนี่ย
ไม่เข้าจ๊าย ไม่เข้าใจทำไมต้องมีการอวดเส้นสายกันด้วย
ยิ่งเฉพาะเรื่องทางสังคมที่พยามหาเส้นหาสายข้าราชการ
เพื่อมาอวดข่มกับชาวบ้านว่า
"รู้จักคนในสถานทูตนะค่ะ"
บางคนดูภูมิใจมากกับการได้รู้จักคนในสถานทูต
ซึ่งอาจจะมี Level ความภูมิใจที่ต่างกัน
ถ้ารู้จักท่านทูตแล้วก็คงเป็น First Priority ว่ากุใหญ่
หากรู้จักข้าราชการชั้นรองๆ ก็พออวดข่มชาวบ้านได้ทั่วไปเป็นกระสันเท่านั้น
เอาหล่ะกลับมาที่ประสบการณ์ส่วนตัวของข้าพเจ้า
ตัวเราเองเนี่ย เจอคนโน้นคนนี้มาพูดเพ้อเจ้อให้ฟังอยู่ร่ำไป
เดี๋ยวคนนั้นก็บอกว่ารู้จักท่านทูต เดี๋ยวคนนั้นก็บอกว่ารู้จักพนักงานสถานทูต
ขนาดแค่รู้ทะเบียนรถท่านทูตที่จอดอยู่ตรงเซาท์เคนซิงตันก็พอคุยได้แล้ว
ก็ไม่ได้สนใจอะไรนักหนาหรอก รู้แค่ว่าหน้าที่ใครหน้าที่มัน
เราไปเรียนไปเที่ยว ไม่ได้มีหน้าที่พบปะสังสรรกับข้าราชการ
ถ้าอยากไปพบปะกับข้าราชการแบบนี้
ก็แค่กลับไปหาครูที่โรงเรียนแล้วชวนไปกินข้าวก็ได้แล้ว
แต่ก็ไม่ยักรู้มาก่อนว่า ด้วยความเป็น "คนในสถานทูต"
ทำให้หลายๆคนนั้นเกิดความหยิ่งยโสในหน้าที่การงาน
เนื่องจากใครก็ต้องเข้าหาเวลามีเรื่องต้องให้ช่วยทำ
พวกนี้ก็จะมีอาการ เริ่ดๆ เชิ่ดๆ หยิ่งๆ ใส่กับผู้พี่ไปพบหา
โดยเฉพาะพวกตัวเล็กๆ ระดับล่างๆ เนี่ยเป็นเอามาก
เคยมีอยู่ที ไปติดต่องานที่สถานทูตแล้วเจอผู้ชายคนหนึ่ง
ดูหน้าตาไม่แก่มาก คาดว่าเป็นเด็กๆ ที่สำคัญ "ไม่หล่อและอ้วน"
เราก็เดินไปติดต่อโดยถามเขาถึงการเข้าไปข้างในนั้น
ก็โดนอิตานั่นซักถามมาเป็นชุดด้วยน้ำเสียงรำคาญว่า "มาทำไร ยังไง กับใคร"
แล้วจบด้วย "ไม่มีคนนี้" เป็นคำตอบสุดท้ายคนตาอ้วนคนนี้
ก็เลยต้องโทรศัพท์ไปบอกให้คนที่เราจะติดต่อด้วยออกมาเปิดประตูแทน
อิตาคนนี้มีคดีกับเพื่อนๆของดิฉันหลายครั้งหลายครา
ไม่รู้ชีวิตมันเป็นห่าเหวอะไร ชอบแขวะชอบดูถูกคนไทยด้วยกัน
แต่ไม่มีใครจะพยายามแก้เผ็ดอะไรกับมันได้ซํกคน
จนวันที่ดิฉันรอคอยก็มาถึง ณ สถานทูตฝรั่งเศสที่เคนซิงตัน
วันนั้นอิฉันไปกับเพื่อนเพื่อไปรับพาสปอดเพื่อการไปตอแหลที่ปารีส
ด้วยความที่เพื่อนอิฉันเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย แต่ก็เป็นข้าราชการ
จึงสามารถเข้าไปรอได้อีกห้องหนึ่งที่มีการรับรองให้เราเป็นอย่างดี
ข้าพเจ้าเองก็เลยเข้าไปด้วยแล้วได้ตกใจโป๊ะ แอร๊ยยยย อีอ้วนมันอยู่ในห้อง
อีอ้วนที่พูดถึงเนี่ยคาดว่ากำลังทำเรื่องไปฝรั่งเศสเหมือนกัน
จำหน้าได้เลยว่าเป็นอีคนปล่อยคำถามจากปากนรกที่เคยเจอตรงสถานทูตไทย
เราก็นั่งรอคอย แล้วคุยกันเรื่องพาสปอดข้าราชการว่ามันสีไม่เหมือนกับคนทั่วไป
ซักพักเราก็ดันเห็นอีอ้วนนี้พยามเงี่ยหูฟัง แล้วก็หยิบพาสปอด์ทูตขึ้นมา
แบบว่า "ชั้นใช้สีแดงจ๊ะ ของทูตๆ" แล้วก็เอาขึ้นมาแกว่งประหนึ่งพยายามให้เราเห็น
อิฉันได้ทีเลยสวนทวารใส่สุดฤทธิ์
"ฝรั่งเศสนี่ดูถูกคนไทยจัง แม้แต่พวกพาสปอดสีแดง ยังต้องกราบตีนฝรั่งขอวีซ่า"
แล้วก็เปิดประเด็น Discuss เรื่องการแบ่งชนชั้นของคนไทย
เพื่อนก็ใส่ด่าอีอ้วนคนนี้สุดฤทธิ์กัน ซึ่งมันไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย (ไม่ใช่ถิ่นมัน)
ด่าประชดเหน็บแนมจนหอมปากหอมคอจนได้พาสปอดคืน
ส่วนอีอ้วนนั้นก็โดนเราแขวะด่าจนโง่ไปเลย
ตอนนี้ไม่ทราบการดำรงชีวืตของมันว่าอยู่ที่ไหนในโลก
หากเจอก็จะรายงานให้ฟัง
4月13日 เรื่องเหี้ยๆในชีวิต : ตอนแท็คซี่ที่สนามบินเอ่อม...
ถ้าจะด่าแท็คซี่เนี่ย สำหรับกุแล้วด่ากัน 10 วันก็ไม่จบ
ไม่รู้เป็นห่าเหวอะไรที่กุไม่ชอบแล้วกุก็ยังเสือกกระสันที่จะนั่งมัน
อารมณ์กุเสียมากๆ ตั้งแต่การโบกแท็คซี่แล้วค่ะ
เด๋วนี้เป็นห่าอะไรไม่รู้ โบกยากมาก
ไม่ใช่กุโบกยากเพราะกุมือด้วนนะค่ะ
แต่พอกุโบกแล้วมันจอดนะค่ะ พอกุบอกว่า "พี่ผมจะไป XXXX"
มันจะใช้เวลาประมวลผลในสมอง 3 วินาที
แล้วก็ส่ายหน้าบอกว่า "ไม่ไป"
โดยเฉพาะแถวหน้ามาบุญครอง สยาม เป็นเหี้ยห่ามากๆค่ะ ไม่ไปๆๆๆ
อยากด่าว่า หอก หยิ่งนะค่ะ แล้วมรึงจะไปไหนล่ะค่ะ????
กุเข้าใจค่ะว่าราชนิกูลมาขับ ดำรงอิสริยยศกันนานับประการ
แต่ละนางนี่แบบว่า ขับๆเล่นๆ ชิวๆ พอเบื่อๆก็เสด็จกลับ "วังสลัมรมณ์"
ก็พอเข้าใจค่ะ เคยนั่งคิดเล่นๆกับเพื่อน แท็คซี่คันนึงยอมรอเกิน 1 ชั่วโมง
เพื่อให้ได้ฝรั่ง มาหลอกเหมาจ่าย 500 - 1000 บาทค่ะ
ซึ่งกุนั่งคิดระยะเวลาแล้วการรับผู้โดยสารซัก 3-4 ครั้งอาจจะได้เยอะกว่า
แต่ทำไมมันไม่ทำค่ะ? ก็ถ้ามันเข้าใจคิดมันก็คงไม่มาขับแท็คซี่หรอกค่ะ ดอก
โอ๊ะๆๆๆ ทำไม Litterature Review กุยาวจังค่ะ
_
เข้าเรื่องค่ะ หลังจ่ายรายรำปี่พาทย์ วงมโหรีมายาวแสนยาว
กุเคยโบกแท็คซี่หลังจากการไปแรดกับเพื่อนมา
ด้วยความที่กุเป็นคนชิวๆค่ะ ไปแบบว่ามีกะเป๋าหนีบไหล่ 1 อัน
ใส่เสื้อคอกลม กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ
อิแท็คซี่ก็เลยได้ที กะข่ม กะจิกกัดกุเต็มที่
มันก็เริ่มกับคำถามแรกเลยค่ะ "ไปสิงคโปรมาหรอ"
กุก็ ไม่มีรมณ์คุยค่ะ แท็คซี่หนังหน้าไม่งาม "อ่อ ครับผม"
มันก็พอแล้วหัวเราะมาว่า "เดี๋ยวนี้บินไปสิงคโปร์ถูกเนอะมีแอร์เอเชีย"
ได้ยินคำว่าสิงคโปร์ไม่เท่าไหร่ แต่พอกุได้ยินคำว่าแอร์เอเชีย
กุปิ๊ดค๊า ร้อง แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (ในใจ)
ทำไมมันต้องมองว่ากุไปสิงคโปร์ ทำไมมันต้องมองกุนั่งแอร์เอเชีย
แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
กุตั้งสติค่ะแล้วสวนกลับไปว่า "นั่งการบินไทยครับ แอร์เอเชียไม่นั่ง ไม่ชอบบริการ"
"หรอ นึกว่านั่งแอร์เอเชีย" โอ้ย อีนี่ อะไรกับกุนักหนากับ จะให้กุนั่งแอร์เอเชียให้ได้
"ไม่เคยคิดจะนั่งแอร์เอเชีย" กุก็สวนไปอีกครั้ง
เรื่องเหี้ยๆของกุก็เกิดขึ้นค่ะ เนื่องด้วยอีแท็คซี่มันเริ่มสำแดงความรวยให้กุเห็น
"ผมก็มีเพื่อนอยู่สิงคโปร์ครับ รวยด้วยนะ เป็นคนคูเวต เขาจะซื้อตั๋ว First Class
ให้ผมไปเจอ ก็คิดว่าจะทำธุรกิจกันที่สิงคโปร์"
แอร๊ย กุก็เริ่มพินิจพิเคราะห์ค่ะ ว่ากุจะสวนอีแท็คซี่กลับยังไง
กุก็นึกขึ้นมาได้ว่า กุคงไม่มีวันได้เจอแท็คซี่แบบนี้อีกแล้วล่ะ
คงจะเจอกันครั้งเดียว โม้อะไรมาก็โม้กลับ
"First Class ก็บริการห่วย ผมนั่งมาตลอด ผมไม่ชอบ" เอ้าซี้ ดอก สวนมาๆๆ
"หรอ ก็นั่งสิงคโปร์แอร์ซิ บริการดี" ยังไม่เลิกค่ะๆๆๆ
"พี่เคยนั่งหรอ" กุถาม
"เปล่า มีคนบอก" แอร๊ย สำแดงโง่อีกแล้ว
แล้วมันก็เปิดเพลงในรถแท็คซี่เสียงดังมาก เป็นเพลงภาษาฮินดีค่ะ
ที่กุรู้เพราะกุเคยฟังแล้ว อิเพื่อนคนอินเดียสมัยเรียนที่อังกฤษมันชอบเปิด
แล้วมันก็บ้าเพลงนี้มากค่ะ ร้องให้ฟังบ่อยๆ แปลให้ฟังด้วยบางที (ถ้ากุถาม)
บังเอิญค่ะ บังเอิญที่กุเสือกรู้ เลยตบปากแท็คซี่ได้
"ชอบไหม เพลงคูเวต เพื่อนผมให้มา"
"นี่มันเพลงภาษาอินเดียครับพี่"
"เพลงภาษาคูเวต ก็คนคูเวตให้มา น้องฟังออกหรือไง"
แอร๊ย กุทนไม่ได้ ทำไมอีนี่โง่อวดฉลาดจัง
"ถ้าคนคูเวตให้เพลงทาทายังมาก็ไม่ได้แปลว่าเป็นภาษาคูเวต"
กุสวนไปค่ะ แล้วมันก็ไม่เถียง เงียบๆๆๆๆ
แล้วโชคชะตาก็มาถึง แอร๊ย เซ็นทรัลลาดพร้าว
กุก็บอกให้มันจอดเลย ไม่ไปบ้านกุละ ลงลาดพร้าวนี่แหละ หอก
ก่อนกุลงค่ะ กุก็อวยพรอนาคตแท็คซี่....
"พี่ครับ ขอให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่สิงคโปร์นะครับ"
แล้วกุก็บิดตูดสะบัดแอร์ เดินเข้าห้างไปอย่างมีความสุข
4月9日 เรื่องเหี้ยๆในชีวิต : ตอนหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นในลอนดอนมีอยู่วันนึงกุหิวหว่ะ หิวสัดๆ หิวมากๆๆๆๆๆๆๆ
กุเลยปิ๊งไอเดียนึงที่จะทำให้กุอิ่มได้
เลยโทรไปหาอาเจ๊สุดสวยของกุบอกให้ชีว่างซะ
ชีก็แตกตื่นตอบตั้งแต่ถามไป 2 วินาทีว่า
"ว่างค่ะๆๆๆ อย่าวีนๆๆๆ หอยหลอด"
อ่อเป็นอันว่าเข้าใจกันว่า "ไปแด็กข้าวกัน"
เอาหล่ะ กุก็รีบกระโจนจากเตียงค่ะ อาบน้ำเสร็จ
ออกจากบ้านไปแด๊ะแด๋ตั้งไกลถึงเลสเตอร์สแคว์
แต่ปัญหาคือจะแด็กอะไร? คิดๆๆๆก็ปิ๊งขึ้นมา
โอ้วอยากกินร้านนี้เลยร้านสิ้นคิด "มิซาโต๊ะ" ค๊า
ที่กุชอบร้านนี้เพราะมันไม่แพง ข้าวเหี้ยห่าอะไร
ให้จานอย่างกะควายกิน เยอะมาก 6-8 ปอนด์เอง
ก็เลยเป็นร้านที่พวกท้องจับกังเข้าไปกินกัน
ซึ่งกุก็เป็นหนึ่งในนั้น
กุก็เลยเดินๆๆๆไปค่ะ แต่โอ้ย อิห่า คนเป็นล้านเลย
เข้าคิวกันสุดฤทธิ์ จะมาแด็กร้านนี้ทำไมกันนักหนา
กุก็เลยต้องไปยืนรอคิวไป รอๆๆๆๆๆ กุก็เริ่มเครียดค่ะ
ตอนกุเริ่มเครียดนะค่ะ อิเจ๊กุก็โทรมาแล้วก็รีบเบิ่งมาหา
บ้านเจ๊กุก็โครตใกล้เลยนะค่ะแถวๆ ท็อตแนมคอร์ดโรด
มา 5 นาทีก็ถึง ไม่รู้จะไปแต่งขนมิงค์อะไรนักหนา
สวยก็ไม่สวย อิห่า ยังแต่งสวย ทั้งๆที่ไม่สวย (กุด่าจนเบื่อแล้ว)
ด้วยความที่กุเป็นคนไทยพูดภาษาไทยค่ะ
เรื่องเหี้ยๆในชีวิตก็เลยเกิดขึ้น
คนไทยเป็นห่าเหวอะไร เห็นคนไทยไม่ได้
ต้องแหกปากเสนอหน้าว่า "กุก็คนไทย รวยด้วย"
กุก็เม้าส์ๆของกุไป อิกลุ่มข้างหลังก็คุยเสียงดังค่ะ
กุก็เอ้ อิพวกนี้เสียงดัง แต่ไม่เป็นไร กุก็เสียงดัง
แต่ที่กุเห็นว่ามันเป็นเรื่องเหี้ยๆเนี่ย
เพราะอิพวกนี้คุยทับกุค๊า
กุพูดเรื่องมือถือกับพี่กุ มือถืออันละ 40 ปอนด์
อิพวกข้างหลังก็มาคุยเรื่องมือถือ ข่มๆๆๆ โทรศัพท์เวอร์ทู
กุก็เอ้ อีพวกนี้เป็นอะไร กุก็เลยเปลี่ยนเรื่อง
กุถามเจ๊กุว่า "เมื่อไหร่กลับเมืองไทย"
อีพวกข้างหลังก็เม้าส์กันค๊า
"เดือนนี้กลับกรุงเทพมา 4 ครั้งแล้ว"
อุ้ยยย อิห่า รวยจัดค๊า คุยทับจังเลย
แต่กุไม่สนใจค่ะ กุว่ามันต้องเป็นแอร์แน่ๆ
แล้วมันก็คุยทับกุทุกเรื่องค่ะๆๆๆๆ
กุพูดห่าอะไร มันก็ต้องมาเปลี่ยนเรื่องคุยเหมือนกุ
จนกุเริ่มทนไม่ได้ค๊า กุเลยหันไปจิกส์ใส่ผ่านพี่กุว่า
"ร้านจับกังอร่อยเนอะ พวกรวยเหี้ยๆยังต้องยืนรอกับกุ"
ความเงียบตามมาค่ะ
กุได้คิวพอดี
สะบัดบ็อบใส่ เชิดๆ ไปนั่งแด็กค่ะ
ส่วนอีพวกห่านั่นก็ รอต่อไป
เสือกมากันเยอะ ร้านก็เล็ก
รอไปเหอะค๊า รอไป
|
|
||||
|
|